ทำไมต้องหมั่นทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า

สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้การเลือกซื้อเครื่องสำอางที่มีมาตรฐานก็คือ การคงไว้ซึ่งความสะอาดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการแต่งหน้านั่นเอง โดยเฉพาะแปรงแต่งหน้าที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ใช้ทุกวัน มาดูเหตุผลกันว่าทำไมเราจึงต้องใส่ใจและหมั่นทำความสะอาดแปรงแต่งหน้ากัน 1.ป้องกันการปะปนของเครื่องสำอางหลายชนิด การใช้แปรงแต่งหน้าโดยไม่ทำความสะอาด ย่อมทำให้เครื่องสำอางหลากหลายชนิดที่คุณใช้เกิดการปะปนและผสมกันในขนแปรง โอกาสที่จะทำให้สีของเครื่องสำอางที่ใช้เกิดการเพี้ยนจึงมีมากขึ้น ดังนั้นเพื่อความสนุกและสบายใจในการแต่งหน้าในแต่ละครั้ง ควรที่จะใช้แปรงแต่งหน้าที่ผ่านการทำความสะอาดจะดีกว่า 2.หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสิ่งสกปรก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการไม่ทำความสะอาดขนแปรงแต่งหน้า จะทำให้เกิดเชื้อโรคและเกิดการสะสมของแบคทีเรีย เมื่อนำแปรงแต่งหน้าที่มีสิ่งสกปรกสะสมมาใช้ในการแต่งหน้า ก็ย่อมส่งผลเสียต่อผิวได้ง่าย อีกทั้งยังอาจทำให้เครื่องสำอางเสียเร็วกว่าที่คิด 3.เพิ่มอายุการใช้งาน การหมั่นดูแลและรักษาความสะอาดแปรงแต่งหน้า นอกจากจะช่วยให้ผิวปลอดภัยจากสิ่งสกปรกหรือเหล่าเชื้อโรคและแบคทีเรียแล้ว มันยังช่วยให้อายุการใช้งานของขนแปรงมีมากขึ้นอีกด้วย 4.เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของขนแปรงแต่งหน้า แปรงแต่งหน้าที่ผ่านการทำความสะอาด จะช่วยให้การนำมาใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะมันช่วยแสดงผลของสีเครื่องสำอางได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ 5.ช่วยลดโอกาสที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ขนแปรงแต่งหน้าที่ไม่ผ่านการทำความสะอาดจะทำให้ขนแปรงมีความแห้ง เมื่อนำมาใช้ซ้ำบ่อยๆ โดยไม่ผ่านกระบวนการทำความสะอาด อาจจะส่งผลทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดการระคายเคืองต่อผิวตามมาได้ ในขณะที่การทำความสะอาดขนแปรงแต่งหน้าจะช่วยให้ขนแปรงมีความนุ่มนวล สามารถนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.ห่างไกลจากการนำเชื้อโรคเข้าสู่ผิว การสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย รวมทั้งสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อยู่บนแปรงแต่งหน้าของคุณ ล้วนเกิดมาจากการที่แปรงแต่งหน้าไม่ผ่านการทำความสะอาดมานาน ดังนั้นโอกาสที่จะทำให้ผิวสวยกลายเป็นผิวเสียจากแปรงแต่งหน้าที่ใช้เป็นประจำจึงมีค่อนข้างสูง การแต่งหน้าที่เลือกใช้เครื่องสำอางและอุปกรณ์แต่งหน้าที่ได้มาตรฐานควรมาพร้อมกับการมีวินัยในการรักษาความสะอาดของอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยเช่นกัน  ทั้งนี้เพื่อให้การแต่งหน้ามีประสิทธิภาพและห่างไกลจากเชื้อโรครวมทั้งแบคทีเรียที่สะสมอยู่ตามขนแปรงต่างๆ นั่นเอง  

สตรอว์เบอร์รี่ช่วยลดความอ้วนได้

สตรอว์เบอร์รี่ช่วยลดความอ้วนได้เป็นผลไม้ที่อร่อย หวานซ่อนเปรี้ยวอร่อยชื่นใจ นอกจากความอร่อยและมีคุณค่าต่อความงามแล้ว คนญี่ปุ่นยังนำสตรอว์เบอร์รี่มาเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักด้วย มารู้ประโยชน์ของสตรอว์เบอร์รี่ในการลดน้ำหนักและวิธีการรับประทานเพื่อลดน้ำหนักกัน เหตุผลที่คนญี่ปุ่นเลือกสตรอว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ตัวช่วยลดน้ำหนัก สตรอว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ โดยสตรอว์เบอร์รี่ 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 34 กิโลแคลอรี่ สตรอว์เบอร์รี่ที่บรรจุขายเป็นแพ็คตามร้านค้าทั่วไปในญี่ปุ่นมีน้ำหนักประมาณ 200-300 กรัมให้พลังงานที่ประมาณ 85-102 กิโลแคลอรี่  ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่รับประทานจนอิ่มแต่ให้พลังงานต่ำมาก  นอกจากมีแคลอรี่ต่ำแล้วสตรอว์เบอร์รี่ยังมีคุณค่าสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้สวยและลดน้ำหนักได้ดังนี้คือ ช่วยลดอาการบวมน้ำของร่างกาย สตรอว์เบอร์รี่ 100 กรัมมีโพแทสเซียมสูงประมาณ 170  มิลลิกรัม โดยโพแทสเซียมจะช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ช่วยลดและป้องกันอาการบวมน้ำของร่างกายได้ดี ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติท้องไม่ผูก สตรอว์เบอร์รี่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและกรดอินทรีย์ที่ไปกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ส่งผลให้ระบบการขับถ่ายทำงานเป็นปกติและช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้ดี ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและผิวพรรณดี วิตามินซีจะช่วยให้ผิวพรรณแข็งแรงจากการเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ป้องกันการเกิดรอยด่างดำบนผิวหนังได้ดี อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกายด้วย สตรอว์เบอร์รี่ 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 64 มิลลิกรัม ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 64 ของวิตามินซีที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน การรับประทานสตรอว์เบอร์รี่สดจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีโดยไม่ต้องสูญเสียคุณค่าสารอาหารไปเลย ช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกาย แม้กลไกการทำงานยังไม่แน่ชัดในมนุษย์ แต่โพลีฟีนอลที่มีอยู่สูงในสตรอว์เบอร์รี่จะช่วยลดการสะสมไขมันในร่างกายได้ดี วิธีการรับประทานสตรอว์เบอร์รี่เพื่อเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก รับประทานพร้อมโยเกิร์ต คุณค่าคูณสองจากโยเกิร์ตและสตรอว์เบอร์รี่ นอกจากจะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารจากสตรอว์เบอร์รี่ได้เพิ่มขึ้นแล้ว เส้นใยอาหารจากสตรอว์เบอร์รี่และแลคติกแอซิดแบคทีเรียจากโยเกิร์ตจะช่วยปรับสภาพแวดล้อมของลำไส้ให้ดี ช่วยให้การขับถ่ายคล่องและป้องกันไม่ให้อ้วนได้ดี รับประทานเป็นของว่างRead More

เทคนิคหาเพื่อนใหม่ 

การหาเพื่อนใหม่ก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งอยู่ในวัยทำงานเราก็มักจะเจอแต่คนเดิมๆ สิ่งแวดล้อมเดิมๆ เพื่อนเก่าๆ ก็ทำงานหรือไปทำธุรกิจของตัวเอง หรือมีครอบครัวจนแทบไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยวันนี้เราจะแนะนำเทคนิคหาเพื่อนใหม่ ไปดูกัน เริ่มจากการเปลี่ยนความคิดตัวเองก่อน ยังจำความรู้สึกตอนที่เราต้องไปโรงเรียนครั้งแรกตอนเด็กๆ ได้ใช่ไหม จำได้ไหมว่าเรากลัวที่จะต้องพบเจอคนแปลกหน้าที่เราไม่คุ้นเคยหรือเปล่าบางทีความรู้สึกกลัวนั้นอาจจะยังอยู่ในใจลึก ๆ แม้เราจะอายุมากแค่ไหนแล้ว ฉะนั้นคุณต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน โดยการรู้ทันความกลัวหรือกังวลแล้วสร้างความมั่นใจในการออกไปพบเจอคนใหม่ ๆ ด้วยรอยยิ้ม รับรองว่าทุกคนต้องยิ้มอย่างเป็นมิตรกลับมาอย่างแน่นอน เริ่มจากเพื่อนของเพื่อนก่อน ถ้าหากว่าการรู้จักคนใหม่เป็นกลุ่มใหญ่อาจจะไม่ใช่แนวของคุณ บางทีคุณอาจจะเริ่มโดยการทำความรู้จักกับเพื่อนของเพื่อนก่อนเพื่อลดความเกร็งและเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นคุณอาจจะลองนัดทานข้าวกับเพื่อนโดยบอกให้เพื่อนชวนเพื่อนมาด้วย รับรองว่าหากคุณรู้จักกันแล้วเพื่อนของคุณต้องมีความสุขและความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของคุณจะช่วยสร้างสีสันในงานปาร์ตี้ครั้งต่อไปได้อย่างแน่นอน ออกจากบ้านบ้าง หากคุณอยากจะทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่อย่างจริงจัง การนั่งอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ช่วยให้คุณได้ในสิ่งนั้นอย่างแน่นอน คุณอาจจะเลือกไปเข้าร่วมกิจกรรมสักอย่าง เช่น การเรียนทำขนม เวิร์คช็อปงานฝีมือหรืออาสาสมัครทำงานเพื่อสังคม เป็นต้น การหาเพื่อนใหม่โดยการออกไปทำกิจกรรมร่วมกับแบบนี้ นอกจากจะได้ความรู้และอิ่มอกอิ่มใจแล้ว  คุณอาจจะได้เพื่อนใหม่ที่มีความสนใจในสิ่งที่คล้ายกันกับคุณซึ่งจะทำให้ผูกไมตรีระหว่างกันได้ง่ายขึ้นด้วย เข้าสัมมนาหาความรู้ การเข้าร่วมงานสัมมนาหาความรู้ถือว่าเป็นวิธีหาเพื่อนใหม่ที่มีคุณภาพมากเลย เพราะนอกจากจะได้ความรู้ ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ แล้ว คุณยังอาจจะได้คอนเนคชั่นดีๆ จากการเข้าสัมมนาต่างๆ อีกด้วยการสัมมนามีข้อดีคือ คุณสามารถเลือกสัมมนาตามอาชีพของตัวเองเพื่อนำมาพัฒนาการทำงานของตัวเองให้ตรงจุดได้ และเพื่อนใหม่ที่ได้รู้จักก็จะอยู่ในแวดวงอาชีพเดียวกับคุณ  ซึ่งสามารถเกื้อหนุนกันในอนาคตได้อีกด้วย ลองทักทายผู้อื่นก่อน การเริ่มต้นบทสนทนาก่อนเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ในการรู้จักเพื่อนใหม่เลยทีเดียว คุณอาจจะเริ่มต้นโดยการทักทายหรือยิ้มให้คนอื่นอย่างเป็นมิตร หากเขายิ้มตอบก็เริ่มบทสนทนาได้เลยด้วยความที่บางคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่หน้าดุ ทำให้ดูเหมือนไม่ค่อยอยากจะรู้จักหรือคุยกับใครก็อาจจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีคนอยากพูดคุยด้วย  การเริ่มทักทายผู้อื่นก่อนจึงเป็นการสร้างเพื่อนใหม่ที่ง่ายที่สุดเพื่อทำให้คนอื่นเป็นมิตรกับคุณ ดังนั้นจงยิ้มเข้าไว้ เปิดใจ อย่าตัดสินผู้อื่นเร็วเกินไป จากตัวอย่างข้อที่แล้วRead More

รวมคุณประโยชน์ของน้ำผึ้ง 

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง การทานน้ำผึ้งนั้นให้ความหวานเทียบเท่ากับน้ำตาล จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทาน แต่หารู้ไม่ว่า แม้ว่าน้ำผึ้งจะมีส่วนผสมของน้ำตาลก็จริงอยู่ แต่โดนส่วนใหญ่แล้วจะเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ได้แก่ ฟรักโทสกับกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติที่ย่อยเป็นพลังงานให้กับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีวิตามิน และแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายผสมอยู่ด้วย เรามักได้ยินอยู่เสมอว่าประโยชน์ของน้ำผึ้งนั้นมีมากมาย งั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าน้ำผึ้ง มีคุณประโยชน์อะไรกันบ้าง   เป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุน้ำผึ้งอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และแคลเซียมที่มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างกระดูก และยังมีธาตุเหล็กที่เป็นประโยชน์ต่อระบบไหลเวียนเลือดอีกด้วย   เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายน้ำผึ้งเพียง 1 ช้อนโต๊ะ มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตประมาณ 17 กรัม ซึ่งถือเป็นคาร์โบไฮเดรตที่อุดมไปด้วยกลูโคสและฟรุกโตสจากธรรมชาติแท้ ๆ ดังนั้นร่างกายของเราจึงสามารถดูดซึมพลังงานเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้หายจากอาการเพลีย หรืออาการเหนื่อยล้าหลังจากออกกำลังกายหนักๆ ได้ สำหรับใครที่กำลังปั่นงานหรือโปรเจคอยู่และกำลังต้องการพลังงานอย่างมาก แนะนำพกน้ำผึ้งขวดบีบติดกระเป๋าไว้บีบทานหรือผสมเครื่องดื่นไว้ทาน ช่วยปลุกพลังในตัวคุณได้ดีเลยจ้า แก้ไอ แก้เจ็บคอ น้ำผึ้งสามารถกำจัดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไอได้ โดยเฉพาะคนที่มีอาการไอเรื้อรังไม่หาย ลองหยิบน้ำผึ้งเทสัก 2 ช้อนชา แล้วดื่มน้ำอุ่นตาม อาการไอจะค่อยๆ บรรเทาลง หรือแม้กระทั่งคนไหนที่มีอาการเจ็บคอจากเชื้อไวรัส การทานน้ำผึ้งก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้อีกเช่นกัน เพียงนำน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นแล้วบีบมะนาวลงไป จากนั้นค่อยๆ จิบทีละนิดจนหมดแก้ว อาการเจ็บคอก็จะดีขึ้นในพริบตาเลยละค่ะ   แก้ท้องผูกRead More

ประโยชน์ของส้ม

ส้ม เป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมทานกันเป็นอันดับต้นๆ อีกชนิดเลยก็ว่าได้ ด้วยรสเปรี้ยวอมหวาน ทานเปล่าๆ ก็อร่อย หรือนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ดื่มก็สดชื่นไม่แพ้กัน นอกจากรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทยแล้ว ส้มยังเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และมีประโยชน์ด้านอื่นอีกมากมาย จึงเรียกได้ว่าเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์อีกชนิดหนึ่งเลย บำรุงผิว – เนื่องจากส้มเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งสารฟลาโวนอยด์และแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำมีริ้วรอย และยังมีวิตามินซีช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว จึงช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ บำรุงสายตา – วิตามินซีในผลส้มช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายในควัน และแสงอัลตราไวโอเลตที่ทำให้เลนส์ตาเสื่อมอันเป็นสาเหตุของโรคต้อกระจก ส่งเสริมระบบขับถ่าย – เส้นใยในผลไม้ตระกูลส้มช่วยให้ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น สามารถแก้อาหารท้องผูกได้ เพิ่มภูมิคุ้มกัน – วิตามินซีในส้มช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยยับยั้งต่อต้านการติดเชื้อจากแบคทีเรียและไวรัส ช่วยดับกลิ่นอาหาร – หากนำเปลือกส้มอบด้วยไฟอ่อนๆ สัก 4 นาที แล้วเปิดฝาไมโครเวฟทิ้งไว้ กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยในเปลือกส้มจะช่วยดับกลิ่นอาหารในห้องครัวได้ ใช้เป็นสารแต่งกลิ่น – น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากเปลือกส้มมีกลิ่นหอม สดชื่น ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นำไปใช้แต่งกลิ่นอาหาร เครื่องสำอาง และยาต่างๆ ได้ ช่วยไล่ยุงและแมลง – หากนำเปลือกส้มไปตากแดดให้แห้งสนิท เมื่อจะใช้ไล่ยุงนำใส่ภาชนะที่ปลอดภัยจากการติดไฟ จากนั้นจุดไฟให้ติดควันRead More

ประโยชน์ของการกินโกโก้

โกโก้มีที่มาจากเมล็ดโกโก้ เพียงแต่โกโก้ผ่านกระบวนการแปรรูปและรีดไขมันออกจนเหลือเพียง 0-25% การบริโภคโกโก้ สามารถทานได้ทั้งแบบผงสำหรับโรยหน้าขนม หรือใช้เป็นส่วนผสมในของหวาน และชงเป็นเครื่องดื่ม ซึ่งโกโก้นั้นนอกจากสามารถทานเพื่อความอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์อีกมากมาย จะมีอะไรบ้างไปลองดูกันเลย ประโยชน์ของโกโก้ ช่วยเสริมสร้างหัวใจให้แข็งแรง สารฟลาโวนอยด์ในโกโก้ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด รวมทั้งลดระดับคลอเลสเตอรอลที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจด้วย ช่วยคลายเครียด ในโกโก้มีกรดอะมิโนทริปโตฟานที่ช่วยกระตุ้นให้สมองหลังสารเซโรโทนิน ที่เป็นสารแห่งความสุข ช่วยลดความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยทำให้ผิวสวย โกโก้มีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ในร่างกายชะลอการเสื่อมสภาพ ช่วยลดการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวดูสวย แก่ช้าลง ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า โกโก้มีสารทีโอโบรมาย และ ฟีนีลอะลานีน ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ขยายหลอดเลือด และยังมีสารอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มระดับเอนโดรฟินและเซโรโทนิน ทำให้มีความสุข และกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ข้อควรระวังในการรับประทานโกโก้ การกินโกโก้แบบเพิ่มนมและน้ำตาล จะทำให้ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ โกโก้มีสารทีโอโบรมายสูง มีฤทธิ์คล้ายคาเฟอีนอ่อนๆ ถ้ากินเข้าไปปริมาณมากอาจทำให้ใจสั่นและนอนไม่หลับได้ ถึงแม้ว่าการกินโกโก้จะสร้างประโยชน์ให้เรามากมาย แต่ถ้าเรากินมากเกินไปก็สามารถสร้างโทษให้เราได้ ดังนั้น เราควรกินอย่างพอดีและอย่าลืมลองรักษาสุขภาพด้วยวิธีอื่นกันด้วยนะ

วิธีเห็นผี

วันนี้เราจะพาทุกคนเพื่อมาหาวิธีการเห็นผี ที่จะทำให้ทุกคนระทึกขวัญท้าท้ายกันอย่างแน่นอน วิธีที่ 1 มองลอดใต้หว่างขา นำใบไม้ ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริงๆ และร่วงลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก เพื่อเวลาก้ม จะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ หมุนตัวตามเข็มนาฬิกาช้าๆ เมื่อมาหยุดที่เดิมแล้วให้ท่องว่า พุทโธทายะประมาณสามรอบ เพื่อให้เห็นภาพรอบที่ 1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า พุทโธทายะ และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่ 3 หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นของใบไม้ แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือ พลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้ และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้ เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้ ค่อยๆก้มหน้าลงระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว ให้ตั้งสติดีๆแล้วลืมตาแล้วจะเห็นผี หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็นจะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน ให้เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย และเมื่อเสร็จกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง ก่อนล้างให้ท่องพุทโธแล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้Read More

ดนตรีบำบัด

ธรรมชาติของดนตรีสามารถเข้าถึงสภาพอารมณ์ สภาพจิตใจ และส่งผลต่อร่างกายของคนเราได้ทันทีเมื่อเราได้ยินเสียงเพลง เรารู้สึกสนุกเวลาได้ยินเพลงที่มีจังหวะครื้นเครง ในขณะที่เพลงเศร้าก็ทำให้เรารู้สึกอ่อนไหวไปกับท่วงทำนองได้อย่างลึกถึงอารมณ์ ดนตรีบำบัดจึงสามารถช่วยเยียวยาจิตใจของผู้คนได้เช่นเดียวกัน ได้ยินมาว่ามีคนนำดนตรีมาใช้เยียวยาจิตใจ สิ่งนี้คือดนตรีบำบัดหรือเปล่า จริงๆ แล้วดนตรีบำบัดก็คือกาใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือเพื่อบำบัด ช่วยเหลือ ส่งเสริม พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หรือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยคนที่นำดนตรีมาใช้เพื่อการนี้ ก็จะเป็นนักดนตรีบำบัดที่ผ่านการเรียนอย่างจริงจังจากหลักสูตรดนตรีบำบัดโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นผู้คัดสรรเลือกว่าเราควรจะใช้ดนตรีแบบไหนเพื่อให้เข้ากับความต้องการของผู้รับบริการแต่ละคน กระบวนการของการทำดนตรีบำบัดเป็นอย่างไร การเข้ารับดนตรีบำบัดจะเริ่มจากการประเมินก่อน เพื่อดูว่าผู้รับบริการมีจุดประสงค์อย่างไรมา เขามาแล้วอยากจะได้อะไร มีปัญหาอะไร หรืออะไรที่ผิดปกติ เช่น มีปัญหาทางด้านอารมณ์ มีปัญหาทางด้านการสื่อสาร เป็นต้น เพราะฉะนั้นนักดนตรีบำบัดจะเน้นดูว่าความต้องการของผู้เข้ารับบริการคืออะไรมากกว่า ผู้เข้ารับบริการอาจจะพกใบรับรองแพทย์มาด้วยก็ได้ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าแพทย์วินิจฉัยอะไรมา เพราะนักดนตรีบำบัดไม่ใช่แพทย์ เราไม่ได้วินิจฉัยโรค ไม่มีสิทธิตัดสินว่าเขาเป็นอะไร เป็นโรคอะไร หรือแม้กระทั่งเป็นคนดีหรือคนไม่ดี พอนักดนตรีบำบัดประเมินความต้องการ ความสามารถ ประสบการณ์และความชอบทางดนตรีของผู้รับบริการแล้ว นักดนตรีบำบัดก็จะวางแผนการบำบัดโดยตั้งอยู่บนหลักฐานจากงานวิจัยหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือบางครั้งก็วางแผนร่วมกับสหวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้การบำบัดมีประสิทธิภาพสูงสุด ระหว่างการบำบัดก็จะมีการติดตามและประเมินผลอยู่ตลอด มีการปรับกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการและสภาพอารมณ์ของผู้รับบริการแต่ละครั้งที่เข้ารับบริการ ดนตรีบำบัดช่วยรักษาโรคทางกายได้ด้วยหรือไม่                  ดนตรีบำบัดแตกต่างจากการรักษาโรค เพราะการรักษาโรคคือการรักษาให้หายจากโรคRead More

 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ดีกว่ารถใช้น้ำมันยังไง

ในปัจจุบันคนใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนกันมากขึ้น หรือเรียกอีกอย่างว่ารถมอเตอร์ไซค์ เพราะว่าช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปไหนมาไหน ทั้งยังสามารถขับซอกแซกไปตามที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะบนเส้นทางการจราจรที่ติดขัด ในปัจจุบันได้เริ่มมีการผลิตมอไซค์ที่ใช้เชื่อเพลิงอีกแบบในการขับเคลื่อนนั้นก็คือรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการลดมลภาวะที่เป็นพิษให้กับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย แล้วการใช้ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ดีกว่ารถที่ขับเคลื่อนโดยการใช้น้ำมันยังไง วันนี้เราไปหาคำตอบกัน  มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ดีกว่ารถใช้น้ำมันยังไง ไม่สร้างมลพิษกับสิ่งแวดล้อม การใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสามารถช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี เพราะไม่มีการปล่อยควันจากท่อไอเสีย จึงไม่สร้างมลพิษที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพร่างกายของคนใช้รถใช้ถนนนั่นเอง ประหยัดเงินค่าน้ำมัน รู้หรือไม่ว่า การใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั้นประหยัดเงินกว่าการใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันมากถึง 10 เท่า ซึ่งการใช้รถมอเตอร์ไซค์จะใช้พลังงานจากไฟฟ้าที่ชาร์จเข้าไปเท่านั้น ไม่ต้องเติมน้ำมันให้เปลืองแต่อย่างใด ลดมลภาวะทางเสียง คนส่วนใหญ่มักรำคาญเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับผ่านไปมา แต่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั้นมีเสียงที่เงียบมาก ซึ่งไม่รบกวนผู้อื่น และไม่ก่อให้เกิดเสียงดังเท่ากับรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เนื่องจากมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ต้องใช้น้ำมันเครื่องเหมือนเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถมอเตอร์ไซค์ได้เป็นอย่างดี ไม่มีส่วนใดที่ร้อน รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะไม่มีส่วนที่ทำให้ตัวรถเกิดความร้อน ไม่เหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง สามารถวิ่งลุยน้ำท่วมได้ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบางตัวนั้นสามารถวิ่งลุยน้ำท่วมได้ เนื่องจากมีการออกแบบมาให้กันน้ำ หรือจมน้ำได้ทั้งคัน ในขณะที่มอเตอร์ไซค์แบบใช้น้ำมันไม่สามารถทำได้ อุปกรณ์แข็งแรงทนทานกว่ามอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมัน อุปกรณ์และชิ้นส่วนเกือบทุกชิ้นของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั้นมีความแข็งแรงทนทานมากกว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันอย่างมาก โดยเฉพาะ แบตเตอรี่ ที่มีความทนทาน อยู่ได้ประมาณเกือบ 10 ปีเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั้นมีข้อดีมากกว่ามอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมัน ต่างกันที่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องของความเร็ว และระยะทางในการขับขี่เช่นกัน เพราะต้องชาร์จแบตเตอรี่อยู่บ่อยๆ แถมสถาณีชาร์จแบตนั้นบางที่ยังไม่พร้อมหรือยังไม่มีนั่นเอง มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกอีกหนึ่งทางสำหรับผู้ที่ขับขี่ที่ชอบความเร็วไม่มากนักRead More

กระดาษทิชชู จำเป็นหรือแค่สิ้นเปลือง

หลายๆคนก็คงจะพอเดาได้ว่าวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตกระดาษชำระ ได้แก่เยื่อกระดาษ ซึ่งได้แก่เยื่อกระดาษบริสุทธิ์ ได้แก่เยื่อกระดาษที่ได้จากกระบวนการคัดแยกเยื่อจากต้นไม้เยื่อเวียนใหม่ ได้แก่เยื่อกระดาษซึ่งผลิตจากกระดาษที่นำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านกรรมวิธีในการจัดแยกเยื่อกระดาษจากสิ่งปฏิกูล และหมึกพิมพ์ และผ่านกระบวนการฟอกสีเพื่อให้ได้เยื่อกระดาษสีขาว สำหรับเป็นวัตถุดิบการผลิตต่อไปโดย สำหรับกระดาษชำระ หรือกระดาษทิชชูนั้น ประดิษฐ์ขึ้นโดยนักธุรกิจชาวอเมริกา นามว่า นายโจเซฟ กาเย็ตตี้ และออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1857 แต่น่าเสียดายที่กิจการของเขาได้ขาดทุนย่อยยับ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้ กลับไปใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ และใบปลิวต่างๆ แทน ด้วยเหตุผลที่ว่า อ่านได้ เช็ดได้ ไม่เสียเงิน แต่อีก 20 ปีต่อมา สองพี่น้องสกุล สก็อตจึงได้ผลิตกระดาษชำระออกวางขายอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ชื่อว่า สก๊อตทิชชู ในขณะนั้นส้วมชักโครก และห้องน้ำภายในอาคารเริ่มเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ทำให้คนใช้กระดาษชำระมากขึ้น นอกจากนี้ยังใช้สะดวก เนื้อนุ่มและยังเข้ากับการตกแต่งห้องน้ำอีกด้วย ปัจจุบันมีการคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ทิชชูผลิตจาก เยื่อเวียนทำใหม่หรือ เยื่อกระดาษรีไซเคิลแทนกระดาษทิชชูที่ผลิตจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์เพราะมีตัวเลขเปรียบเทียบชัดเจนว่า การผลิตกระดาษ 1ตันจากเยื่อรีไซเคิล 100% ช่วยประหยัดการตัดโค่นต้นไม้ได้ 17 ต้น ใช้น้ำน้อยลง 26,500 ลิตร แถมยังลดใช้น้ำมันอีก 378 ลิตร ทิชชูจากเยื่อเวียนทำใหม่เดิมมีแค่Read More