วิธีล้างหน้าที่ถูกต้อง 

การล้างหน้าถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะในแต่ละวันเราต้องเจอกับฝุ่น ควัน สิ่งสกปรก และมลภาวะมากมาย จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวๆ บางคนถึงต้องเจอกับปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็น สิว, ฝ้า, กระ, จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย แต่เชื่อหรือไม่ว่าปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้เพียงแค่เราล้างหน้าให้ถูกวิธี ว่าแต่จะต้องล้างอย่างไร และมีขั้นตอนอะไรบ้าง วันนี้เรานำเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน

การล้างหน้าให้สะอาด สำคัญอย่างไร

การล้างหน้าถือเป็นด่านแรกที่จะนำไปสู่การดูแลผิวในระดับอื่นๆ หากทำความสะอาดผิวได้ไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดสิวและปัญหาผิวอีกมากมายตามมาได้ โดยข้อดีของการล้างหน้าให้สะอาด มีดังนี้

  •  ช่วยขจัดคราบเครื่องสำอางและครีมกันแดด เพื่อลดการสะสมของน้ำมันและสิ่งอุดตันในชั้นผิวหนัง
  • ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนผิวหน้าที่เราต้องเจอในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น, ควัน, ความมัน และมลภาวะต่าง ๆ ในอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  • ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก
  • เมื่อผิวหน้าสะอาดก็จะทำให้ดูดซึมครีมบำรุงได้ดี และเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนลงสกินแคร์
  • ช่วยทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน ไร้สิว และยังทำให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นด้วย

วิธีล้างหน้าที่ถูกต้อง เป็นอย่างไร

สาวๆ หลายคนมีความเชื่อผิดๆ ว่าการล้างหน้าที่ดี คือ หลังล้างหน้าผิวจะต้องแห้ง ตึง และไม่มัน แต่ความจริงแล้วเป็นความคิดที่ผิด เพราะการล้างหน้าที่ดี คือ การทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบเครื่องสำอาง และความมันบนผิวหน้าให้หลุดออกโดยรบกวนผิวหน้าให้น้อยที่สุด รวมถึงผิวหน้าต้องไม่แห้งตึงจนเกินไป เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดสิวและปัญหาผิวตามมาได้

ขั้นตอนการล้างหน้าให้สะอาด ไม่ทำร้ายผิว

  • ขั้นตอนแรกคือการเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่เป็นทั้งคลีนซิ่งและคลีนเซอร์ในหนึ่งเดียว เพื่อลดขั้นตอนการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าด้วยสำลี ซึ่งถือเป็นการรบกวนผิว
  • เริ่มล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ จากนั้นบีบโฟมล้างหน้าเท่าเมล็ดถั่วเขียว นวดไปบนใบหน้าตามแนวรูขุมขน ประมาณ 15-20 วินาที แล้วใช้น้ำเปล่าล้างออกอีกครั้งหนึ่ง
  • หลังล้างหน้า ให้ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับผิวให้แห้งหมาด ๆ จากนั้นจึงเริ่มลงสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นทันที เพราะเป็นเวลาที่ผิวดูดซึมครีมได้ดีที่สุด

วิธีล้างหน้าแบบผิดๆ

1. ยิ่งล้างหน้าบ่อย ผิวหน้ายิ่งสะอาด

การล้างหน้าบ่อย ๆ จะทำให้ผิวของเราแห้งตึง ส่งผลให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ และตามมาด้วยปัญหาหน้ามัน อีกทั้งยังทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคือง และเกิดสิวตามมาในที่สุด เพราะฉะนั้น สาวๆ จึงควรล้างหน้าเพียง 2 ครั้งต่อวันเท่านั้น คือ ตอนเช้าและก่อนนอน

2. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

จริงอยู่ที่การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้ดี เพราะรูขุมขนขยายตัว แต่ถ้าใช้น้ำอุ่นล้างหน้าติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็จะทำให้ผิวแห้งลอก และรูขุมขนดูกว้างขึ้นได้ หากใครไม่อยากเจอกับปัญหาเหล่านี้ แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเสียความสมดุล

3. ใช้ผลิตภัณฑ์พวกสครับ หรือเม็ดบีดส์ช่วยขัดผิวหน้าบ่อยเกินไป

การใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทสครับ หรือโฟมล้างหน้าที่มีเม็ดบีดส์ขัดผิวหน้าเพื่อกำจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกบ่อยจนเกินไป อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เป็นสิว รวมถึงแสบผิวได้ โดยแนะนำให้ขัดผิวหน้าเบา ๆ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็เพียงพอแล้ว และควรเลือกเม็ดสครับที่ไม่หยาบจนทำให้เกิดการระคายเคืองหรือบาดผิว

4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิว

การเลือกโฟมล้างหน้าที่ดีควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของเรามากที่สุด และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเลยก็คือ การนำสบู่ก้อนที่ใช้ล้างมือ หรืออาบน้ำ มาล้างหน้า เพราะสบู่ก้อนส่วนใหญ่จะมีความเป็นด่างสูง ทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้น แห้งตึง ลอกเป็นขุย และเกิดการระคายเคือง

5. ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก็พอแล้ว

ในแต่ละวันผิวหน้าของเราต้องเจอกับสิ่งสกปรกมากมาย และการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าไม่สามารถทำความสะอาดคราบน้ำมันที่อยู่บนผิวได้อย่างสะอาดหมดจด ทำให้สิ่งสกปรก ความมัน และแบคทีเรีย ตกค้างอยู่บนผิวพัฒนาเป็นสิวตัวร้าย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีตัวช่วยดี ๆ อย่างโฟมล้างหน้ามาช่วยทำความสะอาดผิวด้วยอีกแรง

เมื่อรู้วิธีล้างหน้าที่ถูกต้องแบบนี้แล้ว สาวๆ ลองนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันดูนะคะ จะได้มีผิวหน้าสวยใส ดูสุขภาพดี และไม่มีปัญหาสิวตามมากวนใจนั่นเอง