รีวิวหนัง John Wick: Chapter 3 – Parabellum – จอห์นวิค แรงกว่านรก 3

เรื่องย่อหนัง

หนัง John Wick: Chapter 3 เดินทางมาถึงภาคที่ 3 ของมือสังหารมือพระรอยดำนามว่า John Wick (แสดงนำโดย Keanu Reeves) ภายหลังจากในภาค 2 เขาถูกตั้งค่าหัวไว้มากถึง 141 ล้านดอลลาร์ จากหน่วยงานใต้ดิน ภายหลังที่เขาได้ไปฆ่าสมาชิกในหน่วยงานไป ทำให้เขาจำต้องหนีจากการไล่ล่าพร้อมไล่ฆ่าไปด้วย!


In this third installment of the adrenaline-fueled action franchise, super-assassin John Wick (Keanu Reeves) returns with a $14 million price tag on his head and an army of bounty-hunting killers on his trail. After killing a member of the shadowy international assassin’s guild, the High Table, John Wick is excommunicado, but the world’s most ruthless hit men and women await his every turn.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว John Wick: Chapter 3 – Parabellum
— 8.5/10 —
หนังแอ็คชั่นที่ปี!
แอ็คชั่นโคตรเดือด อย่างดุ ยัดมาแบบจัดเต็ม หนำใจ ดูแล้วอ่อนแรงแทน
แม้กระนั้นมองดูดร๊อปจากภาค 2 ไปหน่อยในด้านเรื่องราว

รวมทั้งและเดินทางมาถึงภาค 3 ผู้ใดกันแน่จะไปรู้สึกว่าการฆ่าสุนัข ลักขโมยรถยนต์ เรื่องมันจะแย่ลงกว่าเดิมมาถึงเพียงนี้ ใน John Wick 3 จะเดินเรื่องต่อจากภาค 2 ภายหลังที่ John Wick ได้ไปฆ่าคนภายในโฮเต็ล Continental ทำให้ถูกตั้งค่าหัวกับโดน “อัปเปหิ” ไล่ล่าฆ่าจากมือสังหารทั่วโลก

ในภาค 2 พวกเราได้มองเห็นการอธิบายโลกของหน่วยงานมือสังหารมากเพิ่มขึ้น แม้กระนั้นในภาค 3 นี้ หนังจะเน้นย้ำไปที่ฉากแอ็คชั่น แอ็คชั่น แล้วก็แอ็คชั่น เป็นแทบทุกๆ2-3 นาที คุณจะได้มองเห็นการต่อสู้แน่ๆอะ และก็สำหรับในการต่อสู้แต่ละครั้งไม่ใช่มาแปบๆแต่ว่ามาหนแบบจัดเต็มมากมาย เป็นเฮีย John Wick แทบจะไม่ว่างได้พักหายใจ จะต้องบู๊แทบตลอดระยะเวลา ได้ยินเสียงปืนมากยิ่งกว่าเสียงพูดว่างั้นเหอะ! ถูกใจในความที่ตัว John Wick ไม่ใช่เทวดาระดับพระรอยแดงเหนือมนุษย์อะไรขนาดนั้น แต่ว่ามันยังคงความเป็นคน ภาวะบอบช้ำ มีหอบ มีอ่อนแรง มีพัก รอยแผล กระทั่งพวกเรารู้สึกต้องการเอาใจช่วย

ฉากแอ็คชั่นในภาคนี้จำเป็นต้องพูดว่าวางแบบออกมาก้าวหน้ามากมาย อีกทั้งความงามของฉาก แสงสว่าง สี ที่มีความจัดจ้า ทั้งยังความมันส์ในฉากบู๊ ซึ่งมันอีกทั้งงาม แล้วก็บ้าคลั่งส์ โดยยิ่งไปกว่านั้นฉากต่อสู้ตอนเปิดเรื่องนี่ถูกใจที่สุดในหนังและก็ อีกทั้งชั่วร้าย ดิบ โหดร้าย แม้กระนั้นเพียงพอมาการต่อสู้ระยะหลังๆคิดว่ามันเป็นเวลานานมาก นานเหลือเกินจริงๆมิได้ชักชวนว้าว หนำใจราวกับครึ่งแรกแล้ว จากมันๆเปลี่ยนเป็นรู้สึกว่าเมื่อใดมันจะสู้กันเสร็จฟะ หลังจากนั้นๆมันราวกับเกมส์ไปซะแล้ว เพราะว่าหนังจะให้ตัว John Wick เบาๆสู้กับลูกน้องไปครั้งละคนสองคนรวมทั้งไปพบ Boss อะไรทำนองนั้น ซึ่งมันมองปกติมากมายราวกับหมดมุกอย่างไรแบบนั้น 

ในด้านการแสดงของ Keanu Reeves ไม่ต้องกล่าวถึงเลย คนติดภาพ John Wick ของเขาไปซะแล้ว เขาแสดงเจริญจริงๆดูแล้วทราบเลยว่าทุ่มเทมากมาย (รวมทั้งอ่อนล้าอย่างมากจริงๆ) ทางด้านของ Halle Berry ในบท Sofia จำต้องพูดว่าคุณเล่นคิวบู๊ได้ไม่เลวเลย บางทีก็อาจจะไม่มองพราวแพรวหรือหวือหวาพอๆกับ Keanu Reeves แม้กระนั้นก็มองได้เพลินตาเช่นเดียวกัน โชคร้ายที่การต่อสู้ร่วมกับสุนัขของคุณไม่ค่อยมองว้าวสักเท่าไหร่ มันไม่มีอะไรเว้นเสียแต่ปลดปล่อยสุนัขไปกัดเพียงแค่นั้น 

ทางด้านเรื่องราวไม่ค่อยมีอะไรให้น่าดึงดูดมากมาย ไม่ค่อยเผยอะไรเพิ่มอีกจากภาค 2 เยอะแค่ไหนนัก เป็นจากภาค 2 มา การได้รับทราบโลกของหน่วยงานมือสังหารมันมองว้าวมากมาย แต่ว่าภาคนี้ไม่มีอะไรเลย เพียงแค่มาตามไล่ล่า John Wick มีอะไรบางอย่างมาให้น่าดึงดูดนิดเดียว แม้กระนั้นก็มิได้เล่าไรเพิ่มอีก แถมหลายๆฉาก ยังถูกบทถ่ายทอดออกมาให้กินเวลาเกินจำเป็น แถมความประพฤติปฏิบัติของ John Wick อะไรบางอย่างก็มองไม่มีเหตุผล และไม่รู้เรื่องว่าจะทำไปเพราะอะไรเช่นเดียวกัน เป็นหนังบางทีก็อาจจะอุตสาหะทำให้มันยาวขึ้นเพราะถ้าหากไม่เช่นนั้นมันจะเปลี่ยนเป็นหนังแอ็คชั่นที่ไม่มีบทอะไรเลย หนังผูกข้อความสำคัญไว้มากมายเหมือนกัน รวมทั้งเปิดเรื่องให้สร้างภาคต่ออีกด้วย รวมทั้งเนื่องจากว่าภาคนี้เป็นหนังแอ็คชั่นขาเลยก็ว่าได้ มันก็เลยมีมุกขบขันร้ายหลายๆอย่างในฉากบู๊ ที่เรียกเสียงหัวเราะแล้วก็เสียงเฮก้าวหน้า แต่เปลี่ยนเป็นว่าส่วนตัวรู้สึกว่ามันเยอะแยะไปสักนิด ซึ่งขัดอารมณ์จากภาคก่อนๆพอควร 

สรุปแล้ว John Wick: Chapter 3 – Parabellum ประทับใจคนชอบดูหนังสายบู๊แน่นอนเนื่องจากว่าคุณจะเต็มที่และก็บ้าคลั่งส์ไปกับฉากแอ็คชั่นตลอดทั้งเรื่องแน่ๆ ถ้าหากถามส่วนตัวแล้วพวกเราใน 3 ภาค พวกเราถูกใจภาค 2 ที่สุดนะ มันมองพอดีที่สุดแล้ว อีกทั้งด้านบทแล้วก็ฉากแอ็คชั่น มันมองกลมกล่อมละมุนละไมมากยิ่งกว่า ถึงแม้ว่าภาค 3 นี้จะยังจบไม่ลง แล้วก็คงดำเนินไปอีก พวกเราก็ยังคงต้องการมองอยู่ดีว่าผลสรุปของ “การฆ่าสุนัข” มันจะจบอย่างไร