ดนตรีบำบัด

ธรรมชาติของดนตรีสามารถเข้าถึงสภาพอารมณ์ สภาพจิตใจ และส่งผลต่อร่างกายของคนเราได้ทันทีเมื่อเราได้ยินเสียงเพลง เรารู้สึกสนุกเวลาได้ยินเพลงที่มีจังหวะครื้นเครง ในขณะที่เพลงเศร้าก็ทำให้เรารู้สึกอ่อนไหวไปกับท่วงทำนองได้อย่างลึกถึงอารมณ์

ดนตรีบำบัดจึงสามารถช่วยเยียวยาจิตใจของผู้คนได้เช่นเดียวกัน ได้ยินมาว่ามีคนนำดนตรีมาใช้เยียวยาจิตใจ สิ่งนี้คือดนตรีบำบัดหรือเปล่า จริงๆ แล้วดนตรีบำบัดก็คือกาใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือเพื่อบำบัด ช่วยเหลือ ส่งเสริม พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หรือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยคนที่นำดนตรีมาใช้เพื่อการนี้ ก็จะเป็นนักดนตรีบำบัดที่ผ่านการเรียนอย่างจริงจังจากหลักสูตรดนตรีบำบัดโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นผู้คัดสรรเลือกว่าเราควรจะใช้ดนตรีแบบไหนเพื่อให้เข้ากับความต้องการของผู้รับบริการแต่ละคน

กระบวนการของการทำดนตรีบำบัดเป็นอย่างไร

การเข้ารับดนตรีบำบัดจะเริ่มจากการประเมินก่อน เพื่อดูว่าผู้รับบริการมีจุดประสงค์อย่างไรมา เขามาแล้วอยากจะได้อะไร มีปัญหาอะไร หรืออะไรที่ผิดปกติ เช่น มีปัญหาทางด้านอารมณ์ มีปัญหาทางด้านการสื่อสาร เป็นต้น เพราะฉะนั้นนักดนตรีบำบัดจะเน้นดูว่าความต้องการของผู้เข้ารับบริการคืออะไรมากกว่า ผู้เข้ารับบริการอาจจะพกใบรับรองแพทย์มาด้วยก็ได้ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าแพทย์วินิจฉัยอะไรมา เพราะนักดนตรีบำบัดไม่ใช่แพทย์ เราไม่ได้วินิจฉัยโรค ไม่มีสิทธิตัดสินว่าเขาเป็นอะไร เป็นโรคอะไร หรือแม้กระทั่งเป็นคนดีหรือคนไม่ดี พอนักดนตรีบำบัดประเมินความต้องการ ความสามารถ ประสบการณ์และความชอบทางดนตรีของผู้รับบริการแล้ว นักดนตรีบำบัดก็จะวางแผนการบำบัดโดยตั้งอยู่บนหลักฐานจากงานวิจัยหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือบางครั้งก็วางแผนร่วมกับสหวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้การบำบัดมีประสิทธิภาพสูงสุด ระหว่างการบำบัดก็จะมีการติดตามและประเมินผลอยู่ตลอด มีการปรับกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการและสภาพอารมณ์ของผู้รับบริการแต่ละครั้งที่เข้ารับบริการ

ดนตรีบำบัดช่วยรักษาโรคทางกายได้ด้วยหรือไม่

                 ดนตรีบำบัดแตกต่างจากการรักษาโรค เพราะการรักษาโรคคือการรักษาให้หายจากโรค แต่นักดนตรีบำบัดไม่ได้มีหน้าที่วินัจฉัยโรคหรือจ่ายยา ดนตรีบำบัดจึงเป็นเพียงการบำบัดเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่างๆ เท่านั้น อย่างเวลาเราฟังเพลง เราก็คงไม่ได้ฟังแล้วหายจากโรคมะเร็ง หรือฟังแล้วหายจากการเป็นสมาธิสั้น แต่ว่ามันช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ หรือช่วยเป็นตัวผลักดันให้อาการต่างๆ ดีขึ้นมากกว่า

เสียงดนตรีบำบัดใครได้บ้าง

ปัจจุบันกลุ่มที่มาใช้บริการดนตรีบำบัดในประเทศไทยจะยังค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเรายังมีบุคลากรน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่วงการดนตรีบำบัดทั่วโลกกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งมีตั้งแต่การใช้กับกลุ่มเด็กแรกคลอด ไปจนถึงเด็กที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการ เด็กที่ต้องการจะพัฒนาทักษะในด้านการเรียนและสมาธิ วัยรุ่นทั้งที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ผู้ใหญ่ที่ต้องการจะฟื้นฟูร่างกาย ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่กำลังจะสิ้นชีวิต พูดง่ายๆ คือดนตรีบำบัดใช้ได้ตั้งแต่เกิดจนตลอดชีวิตเลย

การใช้ดนตรีบำบัดกับแต่ละช่วงของชีวิตแตกต่างกันอย่างไร

อย่างที่บอกว่าดนตรีบำบัดใช้ได้ทุกช่วงของชีวิต แม้กระทั่งในวาระสุดท้ายซึ่งบางครั้งคนทั่วไปก็อาจจะไม่รู้ว่าควรนำดนตรีมาใช้ในกรณีนี้อย่างไร ดังนั้นในวาระสุดท้ายของผู้ป่วย นักดนตรีบำบัดจะมีหน้าที่คอยแนะนำหรือเป็นคนที่ช่วยคัดเลือกดนตรีให้ และอาจจะเป็นคนที่ร้องเพลงให้ด้วยก็ได้ ถ้าหากคนในครอบครัวร้องเพลงไม่ได้หรือไม่มั่นใจในการเล่นดนตรี แต่จริงๆ แล้วเสียงที่ดีที่สุดก็คือเสียงจากคนในครอบครัว ถ้าเกิดครอบครัวได้ร้องเพลงให้จริงๆ เราก็เชื่อว่ายังไงผู้ป่วยก็จะรู้สึกดีที่สุด

ดนตรีแบบไหนถึงจะเรียกว่า ดนตรีบำบัด

อาจจะไม่ใช่ เราจะใช้ดนตรีอะไรแต่เป็นเราจะใช้ดนตรีอย่างไรมากกว่า นักดนตรีบำบัดจะเรียนเรื่องกระบวนการเยอะมาก ว่าเราควรใช้ดนตรีในการบำบัดแต่ละขั้นตอนอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมกับผู้เข้ารับบริการมากที่สุด ดนตรีบำบัดไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงบรรเลงหรือเพลงคลาสสิกเท่านั้น ดนตรีอย่างเฮฟวี่เมทัลหรือแม้แต่เพลงแร็ปก็นำมาใช้ได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างว่าถ้าเราใช้เพลงแร็ป ก็จะใช้เป็นการแต่งเนื้อเพลงเพื่อระบายความอัดอั้นออกมา พอเขาได้ระบาย ก็จะรู้สึกดีขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้น และยังมีคนยอมรับอีกด้วย

นักดนตรีบำบัดชอบฟังเพลงอะไร

ถ้าเดี๋ยวนี้ก็จะฟังใน Joox พวกเพลงฮิตติดชาร์ตต่าง ๆ แต่มีบางช่วงถ้านอนไม่หลับหรือตื่นกลางดึก ก็จะฟังเพลงของ เอ็ดเวิร์ด กริกบ้าง เพราะฟังแล้วรู้สึกสบาย รู้สึกเย็นๆ ทำให้นอนหลับทุกครั้งที่ฟัง

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแต่เสียงดนตรีมักมอบความสุขให้ผู้คนเสมอการมีดนตรีในหัวใจก็อาจจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้หลายๆคนมีชีวิตต่อไปได้